แชร์

โปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือไม่ได้ แก้ยังไง? รวม 10 วิธีแก้ปัญหา Android และ iPhone

อัพเดทล่าสุด: 14 ต.ค. 2026
โปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือไม่ได้_แก้ยังไง_รวม_10_วิธีแก้ปัญหา_Android_และ_iPhone

ปัญหา โปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือไม่ได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นมือถือกับโปรเจคเตอร์ไม่รองรับระบบส่งภาพเดียวกัน ตั้งค่า Wi-Fi ไม่ถูกต้อง เลือกโหมดรับสัญญาณผิด หรือใช้สาย USB-C ที่ไม่รองรับการส่งภาพออกจอ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปว่าโปรเจคเตอร์เสีย เพราะหลายกรณีสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง

ก่อนซื้อสายแปลงหรือดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม ควรตรวจสอบก่อนว่ากำลังเชื่อมต่อด้วยวิธีไหน เพราะการแชร์หน้าจอแบบไร้สาย การแคสต์วิดีโอจากแอป และการต่อผ่านสาย HDMI มีเงื่อนไขการทำงานต่างกัน

บทความนี้รวบรวม 10 วิธีแก้ปัญหาโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือไม่ได้ ครอบคลุมทั้ง Android และ iPhone ตั้งแต่กรณีค้นหาโปรเจคเตอร์ไม่เจอ เชื่อมต่อไม่สำเร็จ ไปจนถึงเชื่อมต่อได้แต่ภาพไม่ขึ้นหรือหน้าจอดำ

1. ตรวจสอบก่อนว่ามือถือและโปรเจคเตอร์รองรับการเชื่อมต่อแบบเดียวกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้มือถือเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์ไม่ได้ คืออุปกรณ์ทั้งสองอาจใช้เทคโนโลยีรับส่งภาพคนละแบบ แม้โปรเจคเตอร์จะมี Wi-Fi ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับการแชร์หน้าจอจากสมาร์ตโฟนทุกรุ่น

วิธีเชื่อมต่อ อุปกรณ์ที่ต้องรองรับ ข้อควรรู้
Miracast มือถือและโปรเจคเตอร์ที่รองรับ Miracast มือถือ Android บางรุ่นไม่รองรับระบบนี้
Google Cast โปรเจคเตอร์หรืออุปกรณ์รับสัญญาณที่รองรับ Google Cast การแคสต์จากแอปกับการสะท้อนหน้าจอทั้งระบบอาจรองรับไม่เหมือนกัน
AirPlay iPhone และโปรเจคเตอร์หรืออุปกรณ์รับสัญญาณที่รองรับ AirPlay อาจต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน
Wi-Fi Direct อุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi โดยตรง ขั้นตอนขึ้นอยู่กับรุ่น และอาจใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันไม่ได้
สาย HDMI มือถือที่รองรับการส่งภาพ อะแดปเตอร์ สาย และโปรเจคเตอร์ที่เข้ากันได้ พอร์ต USB-C หรือ Lightning ไม่ได้หมายความว่าจะส่งภาพออกจอได้ทุกรุ่น

วิธีแก้: ตรวจสอบคู่มือโปรเจคเตอร์ว่ารองรับ Miracast, Google Cast, AirPlay หรือการเชื่อมต่อแบบใด จากนั้นตรวจสอบสเปกมือถือให้ตรงกัน หากอุปกรณ์ไม่รองรับมาตรฐานเดียวกัน การพยายามเชื่อมต่อซ้ำก็อาจไม่ช่วยแก้ปัญหา

2. ปิดและเปิดโปรเจคเตอร์กับมือถือใหม่

บางครั้งระบบไร้สายอาจค้างชั่วคราว ทำให้อุปกรณ์ค้นหากันไม่เจอหรือเชื่อมต่อไม่สำเร็จ การรีสตาร์ตทั้งสองเครื่องจึงเป็นวิธีพื้นฐานที่ควรลองก่อน

  1. ปิดโปรเจคเตอร์และรอให้เครื่องปิดการทำงานเรียบร้อย
  2. รีสตาร์ตมือถือ
  3. เปิดโปรเจคเตอร์อีกครั้ง
  4. เข้าเมนู Screen Mirroring หรือ Wireless Display บนโปรเจคเตอร์
  5. เปิดเมนูส่งภาพจากมือถือและลองเชื่อมต่อใหม่

หากเคยเชื่อมต่อได้มาก่อน แต่วันนี้กลับเชื่อมต่อไม่ได้ การรีสตาร์ตอาจช่วยแก้ปัญหาการทำงานชั่วคราวของระบบได้

3. ตรวจสอบการตั้งค่า Wi-Fi

หากใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ควรตรวจสอบ Wi-Fi ของมือถือและโปรเจคเตอร์ก่อน เพราะการตั้งค่าเครือข่ายอาจทำให้อุปกรณ์มองไม่เห็นกันหรือเชื่อมต่อแล้วหลุดบ่อย

กรณีเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi เราเตอร์เดียวกัน

  • ตรวจสอบว่ามือถือและโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อเครือข่ายที่ถูกต้อง
  • หากเราเตอร์มี Guest Network หรือ Client Isolation ให้ตรวจสอบว่าไม่ได้ตั้งค่าแยกอุปกรณ์จนสื่อสารกันไม่ได้
  • หากสัญญาณอ่อน ให้ขยับอุปกรณ์เข้าใกล้เราเตอร์มากขึ้น
  • หากใช้ VPN แล้วค้นหาโปรเจคเตอร์ไม่เจอ ลองปิด VPN ชั่วคราวเพื่อทดสอบ

กรณีโปรเจคเตอร์ปล่อย Wi-Fi ของตัวเอง

โปรเจคเตอร์บางรุ่นสร้างเครือข่าย Wi-Fi โดยตรงสำหรับส่งภาพ เช่น Wi-Fi Direct วิธีเชื่อมต่อจึงอาจต้องเลือก Wi-Fi ของโปรเจคเตอร์บนมือถือก่อน ไม่จำเป็นต้องใช้ Wi-Fi บ้านเสมอไป

หากเชื่อมต่อ Wi-Fi ของโปรเจคเตอร์แล้วอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ทันที ก็ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อผิดพลาดเสมอไป เพราะเครือข่ายดังกล่าวอาจมีหน้าที่รับส่งภาพโดยตรงเท่านั้น

4. เปิดโหมด Screen Mirroring บนโปรเจคเตอร์ให้ถูกต้อง

หากมือถือค้นหาโปรเจคเตอร์ไม่เจอ อีกสาเหตุหนึ่งคือโปรเจคเตอร์ยังอยู่หน้าเมนูหลัก หรือเลือกแหล่งสัญญาณเป็น HDMI ทั้งที่ต้องการเชื่อมต่อแบบไร้สาย

ชื่อเมนูที่ใช้รับภาพอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น เช่น

  • Screen Mirroring
  • Wireless Display
  • Miracast
  • AirPlay
  • Screen Share
  • Wireless Projection

วิธีแก้: ใช้รีโมตหรือปุ่มบนตัวเครื่องเพื่อเปิดโหมดรับภาพไร้สายให้ตรงกับมือถือ จากนั้นกลับไปค้นหาอุปกรณ์บนโทรศัพท์อีกครั้ง

หากมีมือถือเครื่องอื่นเชื่อมต่ออยู่แล้ว ให้ลองยกเลิกการเชื่อมต่อเดิมก่อน เพราะโปรเจคเตอร์บางรุ่นอาจรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันได้จำกัด

5. วิธีแก้ปัญหา Android เชื่อมต่อโปรเจคเตอร์ไม่ได้

มือถือ Android แต่ละยี่ห้ออาจใช้ชื่อเมนูส่งภาพต่างกัน เช่น Cast, Smart View, Screen Cast หรือ Wireless Display และไม่ใช่ทุกเครื่องที่จะรองรับ Miracast

ขั้นตอนเชื่อมต่อมือถือ Android

  1. เปิดโหมด Screen Mirroring หรือระบบรับภาพที่โปรเจคเตอร์รองรับ
  2. เปิด Wi-Fi บนมือถือ
  3. ปัดหน้าจอลงเพื่อเปิด Quick Settings
  4. เลือก Cast, Smart View, Screen Share หรือเมนูที่มีชื่อใกล้เคียงกัน
  5. เลือกชื่อโปรเจคเตอร์จากรายการอุปกรณ์
  6. กดยืนยันการเชื่อมต่อบนโปรเจคเตอร์ หากมีข้อความแจ้งเตือน

หากค้นหาโปรเจคเตอร์ไม่เจอ ให้ตรวจสอบว่ามือถือรองรับมาตรฐานที่โปรเจคเตอร์ใช้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น มือถือที่ใช้ Google Cast อาจไม่สามารถส่งภาพตรงไปยังโปรเจคเตอร์ที่รองรับเฉพาะ Miracast ได้

6. วิธีแก้ปัญหา iPhone เชื่อมต่อโปรเจคเตอร์ไม่ได้

หากต้องการสะท้อนหน้าจอ iPhone แบบไร้สาย โดยทั่วไปต้องใช้โปรเจคเตอร์หรืออุปกรณ์รับสัญญาณที่รองรับ AirPlay การมี Wi-Fi ในตัวเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะเชื่อมต่อกับ iPhone ได้

ขั้นตอนเชื่อมต่อ iPhone

  1. เปิด AirPlay หรือโหมดรับภาพที่เหมาะสมบนโปรเจคเตอร์
  2. เชื่อมต่อ iPhone และโปรเจคเตอร์กับ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน หากระบบกำหนดไว้
  3. เปิด Control Center บน iPhone
  4. แตะ Screen Mirroring หรือการสะท้อนภาพหน้าจอ
  5. เลือกชื่อโปรเจคเตอร์หรืออุปกรณ์รับสัญญาณที่รองรับ
  6. กรอกรหัสที่ปรากฏบนจอ หากระบบร้องขอ

หากไม่พบชื่อโปรเจคเตอร์ ให้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับ AirPlay จริงหรือไม่ จากนั้นลองรีสตาร์ตอุปกรณ์และตรวจสอบการตั้งค่าเครือข่าย หากโปรเจคเตอร์ไม่รองรับ AirPlay อาจต้องใช้อุปกรณ์รับสัญญาณที่รองรับหรือเลือกเชื่อมต่อผ่านสายแทน

7. เชื่อมต่อได้แล้ว แต่โปรเจคเตอร์ขึ้นจอดำ

หากมือถือแจ้งว่าเชื่อมต่อสำเร็จ แต่ภาพที่ฉายออกมายังเป็นสีดำ ปัญหาอาจเกิดจากการเลือกแหล่งสัญญาณผิด แอปไม่รองรับการสะท้อนหน้าจอ หรือมีระบบป้องกันลิขสิทธิ์ของเนื้อหา

ลองตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ตรวจสอบว่าโปรเจคเตอร์เลือกแหล่งสัญญาณไร้สายถูกต้อง
  • กลับไปยังหน้าจอหลักของมือถือเพื่อทดสอบว่าภาพทั่วไปแสดงผลได้หรือไม่
  • ปิดและเปิดแอปแคสต์หรือแอปสะท้อนหน้าจอใหม่
  • ตรวจสอบว่าแอปวิดีโอที่ใช้งานรองรับการแคสต์ไปยังอุปกรณ์ดังกล่าวหรือไม่
  • ตรวจสอบการอัปเดตเฟิร์มแวร์โปรเจคเตอร์และแอปที่เกี่ยวข้อง

บริการสตรีมมิงบางประเภทใช้ระบบป้องกันลิขสิทธิ์ดิจิทัล หรือ DRM ทำให้ภาพจากหน้าจอมือถือแสดงได้ตามปกติ แต่เมื่อเปิดวิดีโอที่มีการป้องกันกลับเห็นเป็นจอดำ กรณีนี้ควรใช้วิธีแคสต์ที่บริการรองรับ หรือเปิดแอปบนโปรเจคเตอร์หรืออุปกรณ์สตรีมมิงที่รองรับโดยตรง

8. ต่อโปรเจคเตอร์ผ่านสายแล้วไม่ขึ้นภาพ ต้องแก้ยังไง?

การเชื่อมต่อผ่านสายอาจเป็นทางเลือกเมื่อระบบไร้สายมีปัญหา แต่การเสียบสายเข้าพอร์ต USB-C หรือ HDMI ไม่ได้หมายความว่าจะส่งภาพได้ทันที เพราะมือถือและอะแดปเตอร์ต้องรองรับการส่งสัญญาณภาพด้วย

กรณีใช้มือถือ Android พอร์ต USB-C

  • ตรวจสอบว่ามือถือรองรับการส่งภาพผ่าน USB-C หรือไม่
  • เลือกใช้อะแดปเตอร์ USB-C to HDMI ที่รองรับมาตรฐานวิดีโอของมือถือ
  • เชื่อมต่อสาย HDMI เข้ากับโปรเจคเตอร์
  • เลือก Source หรือ Input ให้ตรงกับช่อง HDMI ที่เสียบ

มือถือหลายรุ่นมีพอร์ต USB-C ที่รองรับเฉพาะการชาร์จและถ่ายโอนข้อมูล แต่ไม่รองรับการส่งภาพออกจอภายนอก หากเครื่องไม่รองรับวิดีโอเอาต์พุต การใช้สาย USB-C to HDMI ทั่วไปก็อาจไม่ช่วยแก้ปัญหา

กรณีใช้ iPhone

เลือกใช้อะแดปเตอร์ที่รองรับ iPhone รุ่นนั้นโดยเฉพาะ เช่น อะแดปเตอร์ Digital AV ที่เหมาะกับพอร์ต USB-C หรือ Lightning ตามรุ่นของเครื่อง จากนั้นเชื่อมต่อ HDMI เข้ากับโปรเจคเตอร์และเลือกช่องรับสัญญาณให้ถูกต้อง

หากยังไม่ขึ้นภาพ ให้ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอะแดปเตอร์ สาย HDMI แหล่งจ่ายไฟที่จำเป็น และความสามารถในการส่งภาพของ iPhone รุ่นที่ใช้งาน

9. เชื่อมต่อได้แต่ภาพกระตุก สัญญาณหลุด หรือดีเลย์

หากภาพฉายค้างเป็นช่วง ๆ หรือการเชื่อมต่อหลุดบ่อย สาเหตุอาจมาจากสัญญาณ Wi-Fi อ่อน เครือข่ายมีอุปกรณ์ใช้งานมาก สัญญาณรบกวน หรือโปรเจคเตอร์ประมวลผลภาพไม่ทัน

แนวทางแก้ไขที่ควรลอง ได้แก่

  • ขยับมือถือให้ใกล้โปรเจคเตอร์หรือเราเตอร์มากขึ้น
  • ลดสิ่งกีดขวางระหว่างอุปกรณ์
  • ลดการใช้งานเครือข่ายที่ไม่จำเป็นระหว่างแคสต์ภาพ
  • ทดลองใช้ย่านความถี่ Wi-Fi อื่น หากอุปกรณ์ทั้งสองรองรับ
  • อัปเดตซอฟต์แวร์มือถือและเฟิร์มแวร์โปรเจคเตอร์
  • ลองเปิดวิดีโอหรือแอปอื่น เพื่อดูว่าปัญหาเกิดกับทุกแอปหรือเฉพาะบางแอป

หากเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ที่โปรเจคเตอร์ปล่อยโดยตรง ให้ตรวจสอบด้วยว่ามือถือสลับกลับไปใช้เครือข่ายอื่นอัตโนมัติหรือไม่ เพราะบางเครื่องอาจเลือกเครือข่ายที่มีอินเทอร์เน็ตแทน ทำให้การเชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์ขาดหาย

10. อัปเดตระบบหรือรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายของโปรเจคเตอร์

หากลองทุกวิธีแล้วยังเชื่อมต่อไม่ได้ ให้ตรวจสอบเว็บไซต์สนับสนุนของผู้ผลิตว่ามีเฟิร์มแวร์ใหม่หรือคำแนะนำเฉพาะรุ่นหรือไม่ เพราะเมนูและวิธีแก้ปัญหาอาจแตกต่างกันตามระบบของโปรเจคเตอร์

หากมีตัวเลือกรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย อาจลองใช้วิธีนี้ได้ โดยควรจดรหัส Wi-Fi และข้อมูลที่จำเป็นไว้ก่อน เพราะการรีเซ็ตอาจลบเครือข่ายที่บันทึกไว้

ก่อนเลือก Factory Reset ทั้งเครื่อง ควรลองลบชื่อโปรเจคเตอร์ออกจากรายการอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อบนมือถือ แล้วจับคู่ใหม่อีกครั้ง การคืนค่าโรงงานควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากอาจลบการตั้งค่าและแอปที่ติดตั้งไว้

ตารางสรุปปัญหาโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือไม่ได้

อาการ สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีแก้เบื้องต้น
มือถือค้นหาโปรเจคเตอร์ไม่เจอ ไม่รองรับมาตรฐานเดียวกัน หรือไม่ได้เปิดโหมดรับภาพ ตรวจสอบความเข้ากันได้และเปิด Screen Mirroring ให้ถูกต้อง
เลือกชื่อโปรเจคเตอร์แล้วเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ปัญหาเครือข่ายหรือข้อมูลการจับคู่เดิม รีสตาร์ตอุปกรณ์แล้วเชื่อมต่อใหม่
เชื่อมต่อสำเร็จแต่ภาพเป็นสีดำ เลือกอินพุตผิดหรือเนื้อหาถูกป้องกันด้วย DRM ทดสอบหน้าจอหลักและตรวจสอบวิธีแคสต์ที่แอปรองรับ
ต่อ HDMI แล้วไม่มีภาพ มือถือหรืออะแดปเตอร์ไม่รองรับการส่งภาพ ตรวจสอบวิดีโอเอาต์พุตของมือถือและความเข้ากันได้ของอะแดปเตอร์
ภาพกระตุกหรือสัญญาณหลุด Wi-Fi อ่อนหรือมือถือสลับเครือข่าย ปรับตำแหน่งอุปกรณ์และตรวจสอบการตั้งค่าเครือข่าย
ใช้ได้บางแอป แต่บางแอปจอดำ ข้อจำกัดของแอปหรือ DRM ใช้วิธีแคสต์หรือแอปที่บริการรองรับ
มีมือถืออีกเครื่องเชื่อมต่ออยู่ ข้อจำกัดจำนวนอุปกรณ์หรือเซสชันเดิมค้าง ยกเลิกการเชื่อมต่อเดิมแล้วลองใหม่

วิธีป้องกันไม่ให้โปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือมีปัญหาอีก

ก่อนใช้งานครั้งต่อไป ควรตรวจสอบสิ่งเหล่านี้เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ

  • ตรวจสอบว่ามือถือรองรับวิธีเชื่อมต่อที่โปรเจคเตอร์ใช้งาน
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์และแอปที่เกี่ยวข้องเมื่อมีเวอร์ชันใหม่
  • เลือกสายและอะแดปเตอร์ให้ตรงกับรุ่นมือถือและมาตรฐานวิดีโอ
  • เก็บคู่มือการเชื่อมต่อของโปรเจคเตอร์รุ่นที่ใช้งานไว้
  • ตรวจสอบสัญญาณ Wi-Fi ก่อนดูหนังหรือพรีเซนต์งาน
  • ทดลองเชื่อมต่อก่อนถึงเวลานำเสนอหรือใช้งานจริง

สรุป: โปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือไม่ได้ ควรเริ่มแก้จากตรงไหน?

หากโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือไม่ได้ ให้เริ่มจากตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ทั้งสองรองรับวิธีเชื่อมต่อเดียวกันหรือไม่ จากนั้นตรวจสอบโหมดรับภาพ การตั้งค่า Wi-Fi และการตั้งค่าบนมือถือ ก่อนขยับไปตรวจสอบสาย อะแดปเตอร์ หรือเฟิร์มแวร์

สำหรับ Android ควรตรวจสอบว่าเครื่องรองรับ Cast, Miracast หรือมาตรฐานที่โปรเจคเตอร์ใช้ ส่วน iPhone ควรเช็ก AirPlay หรือเลือกอะแดปเตอร์แบบมีสายที่ตรงกับรุ่น หากเชื่อมต่อได้แต่ภาพไม่ขึ้น ให้ตรวจสอบอินพุตของโปรเจคเตอร์และข้อจำกัดของแอปที่กำลังใช้งานด้วย

การตรวจสอบทีละขั้นช่วยให้หาสาเหตุได้ตรงจุด ลดการซื้ออุปกรณ์เสริมที่ไม่จำเป็น และช่วยให้กลับมาใช้งานโปรเจคเตอร์ได้โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ทำไมมือถือค้นหาโปรเจคเตอร์ไม่เจอ?

อาจเป็นเพราะมือถือไม่รองรับระบบไร้สายของโปรเจคเตอร์ หรือโปรเจคเตอร์ยังไม่ได้เปิดโหมด Screen Mirroring ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ เปิดโหมดรับภาพให้ถูกต้อง และรีสตาร์ตอุปกรณ์ทั้งสองเครื่อง

2. มือถือ Android ทุกรุ่นเชื่อมต่อโปรเจคเตอร์แบบไร้สายได้ไหม?

ไม่ได้ทุกรุ่น เพราะมือถือ Android แต่ละรุ่นรองรับเทคโนโลยีไม่เหมือนกัน ควรตรวจสอบว่าเครื่องรองรับ Miracast, Google Cast หรือวิธีเชื่อมต่อที่โปรเจคเตอร์กำหนดหรือไม่

3. ต่อ iPhone กับโปรเจคเตอร์โดยไม่ใช้ Wi-Fi ได้ไหม?

ทำได้ในบางรุ่น โดยใช้สายและอะแดปเตอร์ที่รองรับการส่งภาพออกจอ ส่วนการเชื่อมต่อแบบไร้สายขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของโปรเจคเตอร์และอุปกรณ์รับสัญญาณ

4. ทำไมโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อมือถือได้ แต่ภาพเป็นสีดำ?

อาจเลือกแหล่งสัญญาณผิด แอปไม่รองรับการสะท้อนหน้าจอ หรือวิดีโอมีระบบป้องกันลิขสิทธิ์ DRM ลองทดสอบด้วยหน้าจอหลักของมือถือและตรวจสอบวิธีแคสต์ที่แอปรองรับ

5. ใช้ Bluetooth เชื่อมต่อมือถือกับโปรเจคเตอร์เพื่อส่งภาพได้ไหม?

โดยทั่วไป Bluetooth ใช้สำหรับเชื่อมต่อเสียง รีโมต หรืออุปกรณ์เสริม มากกว่าการส่งภาพหน้าจอทั้งหมด หากต้องการฉายภาพควรใช้ระบบไร้สายที่รองรับ เช่น AirPlay หรือ Miracast การแคสต์ที่เข้ากันได้ หรือสายวิดีโอ

6. สาย USB-C to HDMI ใช้กับมือถือ Android ได้ทุกรุ่นหรือไม่?

ไม่ได้ทุกรุ่น มือถือต้องรองรับการส่งภาพผ่านพอร์ต USB-C และอะแดปเตอร์ต้องเข้ากันได้ หากพอร์ต USB-C รองรับเฉพาะการชาร์จและถ่ายโอนข้อมูล ก็อาจส่งภาพผ่านอะแดปเตอร์ HDMI ทั่วไปไม่ได้

แหล่งอ้างอิง


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy